ยาไวอากร้า (Viagra) คือยาเม็ดที่มีชื่อทางการค้าว่า ซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sildenafil Citrate) เป็นยาที่ใช้รักษาปัญหาการแข็งตัวขององคชาต (Erectile Dysfunction หรือ ED) ส่วนยา apcalis มี Tadalafil เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเดิมทียา Tadalafil ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีอาการต่อมลูกหมากโต แต่ผลข้างเคียงที่ได้รับทำให้อวัยวะเพศของผู้รักษานั้นตื่นตัวขึ้นและอยู่ในสภาวะแข็งตัวได้นาน จึงนำมาพัฒนาเป็นยารักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งออกฤทธิ์ด้วยการช่วยขยายหลอดเลือดในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศได้ดีขึ้น ส่งผลให้สามารถคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ยาวนานขึ้น ในบทความนี้จะกล่าวถึงข้อควรพิจารณาและคำแนะนำในการใช้ยานี้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยแยกเป็นหัวข้อดังนี้

ยาไวอากร้า Apcalis สามารถใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นได้หรือไม่?

การใช้ยานี้ร่วมกับยาชนิดอื่นอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรถึงยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญ อาหารเสริม หรือสมุนไพร เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา และไม่ควรเริ่ม หยุด หรือปรับขนาดยาด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์

ยาที่เกิดปฏิกิริยากับ Tadalafil

  • ยา Riociguat และ Tizanidine จะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เมื่อใช้ร่วมกับ Tadalafil
  • ยา Tadalafil มีผลทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงมากเมื่อใช้ร่วมกับยากลุ่ม Nitrates ซึ่งใช้รักษาอาการเจ็บหน้าอก การใช้ยาร่วมกันอาจนำไปสู่อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด และในบางกรณีที่พบได้น้อยอาจเกิดอาการหัวใจขาดเลือดหรือเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ ยิ่งไปกว่านั้นสารระเหยที่เรียกว่าป๊อปเปอร์ก็มีฤทธิ์เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง
  • ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่ม Alpha Blockers สำหรับรักษาต่อมลูกหมากโตหรือควบคุมความดันโลหิต ควรระวังเพราะการใช้ร่วมกับ Tadalafil จะทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างมาก แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มใช้ Tadalafil ในปริมาณน้อยและปรับขนาดยา Alpha Blocker เพื่อลดความเสี่ยง
  • ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของ Tadalafil โดยชะลอหรือเร่งกระบวนการกำจัดยาออกจากร่างกาย เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Macrolide ยาต้านไวรัสตับอักเสบซีกลุ่ม Protease Inhibitors ยาต้านเชื้อเอชไอวีกลุ่ม Protease Inhibitors ยาต้านเชื้อรากลุ่ม Azole และยา Rifampicin
  • ห้ามใช้ Tadalafil ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีส่วนประกอบเดียวกันหรือยาที่มีฤทธิ์คล้ายกัน เช่น Sildenafil หรือ Vardenafil ซึ่งใช้สำหรับรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเช่นเดียวกัน เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

ผลกระทบของยาไวอากร้า ต่อโรคหัวใจและความดันโลหิต

ยานี้มีผลต่อผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปัญหาความดันโลหิต ยานี้ช่วยขยายหลอดเลือดซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิตต่ำควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากการใช้ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะความดันโลหิตต่ำเกินไป โดยเฉพาะหากใครมีอาการดังต่อไปนี้

  • โรคหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตรายต่อชีวิต มีอาการเจ็บหน้าอก หรือมีภาวะหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูงหรือความดันโลหิตต่ำ

นอกจากผลกระทบที่มีต่อหัวใจและความดันแล้ว ผู้ที่มีปัญหาโรคตับ ไต และหลอดเลือดสมอง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยานี้มารับประทานเอง

ปัญหาสุขภาพที่ควรระวังก่อนใช้ยาไวอากร้า Apcalis

มีปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ควรระวังก่อนการใช้ยานี้ ได้แก่

  • โรคตับและไต ยาไวอากร้า ทำให้การทำงานของไตและตับมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและโรคตับแข็ง ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพและจำกัดขนาดยาที่ใช้ให้เหมาะสม
  • โรคตา ยานี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับสายตา เช่น ภาวะมองไม่ชัดชั่วคราว โรคจอตาเสื่อมชนิด Retinitis Pigmentosa หากคุณมีประวัติโรคทางตาหรือมีภาวะจอประสาทตาเสื่อมควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้
  • ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากยานี้มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด จึงควรหลีกเลี่ยงหากมีปัญหาหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

apcalis

คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องการใช้ยาไวอากร้า Apcalis

  • ยาไวอากร้า ใช้เฉพาะท่านชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศเท่านั้น
  • ต้องใช้ให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
  • ผู้ที่รับประทานยากลุ่มไนเตรต ห้ามใช้ยานี้โดยเด็ดขาด
  • สำหรับท่านใดที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคตา โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ เพื่อให้แพทย์สามารถปรับขนาดยาหรือแนะนำวิธีการใช้อย่างปลอดภัย
  • ในบางกรณีผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีข้อห้ามใช้ยานี้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามสภาพร่างกายและความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

ยาตัวนี้ช่วยรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายได้ แต่หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีมีความปลอดภัย ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยารักษาความดันโลหิต ยาปฏิชีวนะ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด แพทย์จะพิจารณาขนาดยาที่เหมาะสมหรือปรับเปลี่ยนวิธีการรักษา เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยานี้ควบคู่ไปกับยาอื่น ๆ

ที่มาข้อมูล